เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่มาเขียนพรีวิวอะไรเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้ แต่เนื่องจากว่ามีเพื่อน ๆ ที่รู้จักกันชอบสะกิดถามอยู่เรื่อยว่านิยายเรื่องไหนน่าสนใจบ้าง เนื่องจากกระต่ายเป็นพวกซื้ออ่านดะไปหมด อ่านจนไม่รู้แล้วรู้จบจนที่บ้านนี้หนังสือกองทั่วท่วมจนเสียว ๆ มันล้มลงมาทับไส้ทะลักตายเอาทีเดียว -_-"
ปัจจุบัน...วรรณกรรมและนวนิยายที่วางแผงในบ้านเรานั้นมีมากมายเกินกว่าที่คน ๆ เดียวจะตามซื้ออ่านได้ เนื่องจากว่าเดี๋ยวนี้นักเขียนรุ่นเด็ก ๆ เกิดขึ้นมากมาย พลอยทำให้หนังสือที่ถูกพิมพ์ออกมาวางขายยิ่งมากตามไปด้วย ดังนั้นสำหรับบางคนที่ไม่สามารถซื้อทุกเรื่องที่ออกวางแผงได้ทุก ๆ เรื่อง...บางคนก็ต้องเสาะหาคำแนะนำเอากับเพื่อน ๆ นักอ่าน หรือไม่ก็เสาะหารีวิวและพรีวิวลองอ่านก่อนตัดสินใจซื้อ
กระต่ายเองก็ยอมรับว่าเป็นคนซื้อดะ...ซื้อแทบทุกเรื่อง
(ที่ไม่ใช่เรื่องวัยรุ่นแบบสำนวนบ้าพายุอิโมติคอนนะคะ อันนี้ไม่ชอบอ่านเท่าไหร่ค่ะ)
เนื่องจากเป็นพวกอ่านหนังสือไว...ยกตัวอย่างว่าอ่าน ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงค์ เล่ม1
ตอนนั้นอ่านตอน11โมงเช้าตอนที่ไปรษณีย์มาส่ง...ไปอ่านจบตอน5โมงกว่า ๆ ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้ถึงขนาดอ่านแล้วไม่เป็นอันทำอะไร แต่ก็ยังอ่านจบทัน1วัน นั่นทำให้คนในบ้านเริ่มพูดว่า เราอ่านหนังสือไว...มาก
ปัจจุบันเลยเกิดอาการที่ว่า...หนังสือออกตลาดมาไม่ทันอ่านค่ะ (ฮา)
แต่ต้องออกตัวก่อนนะคะว่า พรีวิว - รีวิว ของเรา (จะแนะนำนิยายและก็อาจจะมีอย่างอื่นด้วยนอกจากนิยายค่ะ) มันจะเป็นการพูดของคนอ่านนะคะ ดังนั้นขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นคนวิจารณืเก่งอะไร แต่ถ้ามีข้อไหนที่เราบอกชมหรือบอกติลงไป...นั่นก็คือการออกความเห็นตามประสาผู้บริโภคน่ะค่ะ มิได้มีอคติกับใครแต่อย่างใด

เรื่องแรกที่จะแนะนำเห็นจะเป็นนวนิยายของนักเขียนท่านหนึ่ง
ซึ่งนักเขียนท่านนี้มีงานเขียนที่ดีมากท่านหนึ่งเลยค่ะ
เรื่องนี้ซื้ออ่านเมื่อวันก่อนนี้สด ๆ ร้อน ๆ เลยค่ะ
ต้องออกตัวว่าติดตามงานของคุณวรรณวรรธน์มาตั้งแต่เรื่องก่อน ๆ แล้ว
...และก็รู้สึกชอบงานเขียนของนักเขียนเขาจริง ๆ ค่ะ เพราะเขียนออกมาได้ดีมากจริง ๆ

ชื่อเรื่อง : บัลลังก์สายหมอก
ผู้แต่ง : วรรณวรรธน์
จำนวนเล่ม : 2 เล่ม
สนพ. : ณ บ้านวรรณกรรม
เรื่องย่อจาก สนพ :นิยายรักท่ามกลางสายหมอกแห่งเทือกเขาหิมาลัย เล่าขานเรื่องราวความรักที่ผลิบานพร้อมกับเผยความงดงามแห่งชีวิตอันเรียบสงบงดงามของผู้คนบนยอดเขาสูง เยือกเย็น... คลี่ม่านหมอกให้เห็นสายสัมพันธ์อันอบอุ่น ทักถอขึ้นระหว่างบุรุษผู้สูงศักดิ์กับแพทย์สาวไทย ....... ที่ทำให้เทือกเขาสูงใหญ่ปราศจากหมอกหนาว.... เหลือแต่ควันไออันอบอุ่น...ห้อมล้อมหัวใจทั้งสองคน....... ความสุขอยู่ที่ใด...อยู่ที่วิธีคิดของคนเราหากยอมเปิดใจรับมัน...จะรู้ว่าความสุขนั้น..ไม่ได้อยู่ไกลจากหัวใจของเราเลย
เซวา ลาโซ ลอกเจเก แล้วสักวัน..ข้าจะไปรับเจ้ามาร่วมเรือน "
พูดจาประสาคนอ่าน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วได้บรรยากาศเหมือนสีหสถานในเรื่องนี้จะทำให้คนที่สนใจประเทศภูฐานต้องชอบแน่ เนื้อเรื่องนั้นดำเนินไปด้วยความใกล้ชิดสนิทสนมกันของพระเอกนางเอกในแนวที่อ่อนโยนนุ่มนวลมากค่ะ ส่วนนี้ด้วยที่ทำให้เราอ่านแล้วค่อนข้างชอบ อ่านไปแล้วรู้สึกลื่นไหลมาก...มีการอธิบายรายละเอียดวัฒนธรรมที่ทางผู้เขียนได้ยกมาประกอบในนิยาย อ่านแล้วได้เกล็ดความรู้มากเลยค่ะ
แต่ถ้าพูดตามความเห็นคนอ่านคนนี้...ต้องบอกว่าพระเอกเป็นแบบที่ชอบด้วย (ฮ้า...ลำเอียงนะเนี่ย) เป็นพระเอกที่นุ่มนวล พูดจาได้น่าฟังอย่างยิ่ง...บทสนทนาบางบทนั้นอ่านแล้วยังลืมไม่ลงเลยทีเดียว ซึ่งการสนทนาของพระเอก คำพูดเหล่านั้นแสดงกลิ่นไอความอบอุ่นออกมาอย่างหาไม่ได้ง่าย ๆ ในนวนิยายวัยรุ่นที่วางขายกันทั่วไปในปัจจุบันนี้ ส่วนนางเอกก็เป็นนางเอกที่รักนวลสงวนตัว...มีมุมมองและความคิดที่งดงามตามประสาหญิงไทยที่ดี
แต่ที่ทำลายหัวใจ...เอ๊ย!! ไม่ใช่...ประทับใจที่สุดก็คงเป็นประโยคเดียวประโยคนี้เองละคะ ที่คำพูดนี้แสดงความอ่อนโยนและอ่อนหวานได้จนใจพองโต เชื่อว่าแม้คุณอ่านไปคงรู้สึกอย่างนี้แน่ ๆ ค่ะ...แม้ว่าคุณจะไม่ใช่นางเอก (ฮา)
เซวา ลาโซ ลอกเจเก แล้วสักวัน..ข้าจะไปรับเจ้ามาร่วมเรือน "
อยากจะบอกว่า ประโยคนี้ประโยคเดียวก็ประทับใจจนไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วค่ะ
ดังนั้นลองอ่านเถอะค่ะ...คิดว่าทุกคนต้องชอบแน่หากอยากหาเรื่องราวรักที่อ่อนหวานอ่านสักเรื่องละก็ แนะนำเรื่องนี้เลยค่ะ...อ่านแล้วรู้สึกยังไงก็มาบอกกันบ้างนะคะ
เรื่องนี้อ่านแล้วไม่ติอะไรละค่ะ...ลำเอียงเห็น ๆ ขนาดนี้คนอ่านคงรู้อยู่แล้ว (หัวเราะ)
ไว้คราวหน้าจะยกเรื่องต่อไปมาให้ลองอ่านกันอีกนะคะ